ห้ามล้างเนื้อไก่ก่อนปรุงอาหาร เสี่ยงแพร่กระจายเชื้อโรค ยิ่งล้างยิ่งสกปรก เพราะอะไรมาดูกัน!!!

ห้ามล้างเนื้อไก่ก่อนปรุงอาหาร เสี่ยงแพร่กระจายเชื้อโรค ยิ่งล้างยิ่งสกปรก เพราะอะไรมาดูกัน!!!

ความรู้ใหม่ที่แม่บ้านควรรู้ ไม่ควรล้างเนื้อไก่ ก่อนนำมาปรุงอาหาร เหตุอาจทำให้เกิดการแพร่กระจายของเชื้อโรคได้ แนะเอาไปปรุงอาหารได้เลย

เชื่อว่า เหล่าคุณพ่อบ้าน แม่บ้านที่ชอบทำอาหารทานเอง คงจะจัดการล้างทำความสะอาดเนื้อสัตว์ หรือผักต่าง ๆ ก่อนนำมาปรุงอาหารทุกครั้ง เพื่อความสะอาดและให้ปลอดภัยจากสารเคมี แต่ใครจะรู้ว่า การล้างเนื้อไก่ที่ซื้อมาจากร้านก่อนปรุงอาหาร อาจไม่ได้ทำให้เนื้อไก่สะอาดขึ้นอย่างที่คิด

ล่าสุดผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในโลกโซเชียลได้มีการแชร์ความรู้ใหม่ ๆ เกี่ยวกับเรื่องการล้างเนื้อไก่ จากเฟซบุ๊ก Fon Windsor-Clive ที่ระบุว่า การนำเนื้อไก่มาล้างก่อนนำมาปรุงอาหาร อาจจะทำให้เกิดการแพร่กระจายของเชื้อแบคทีเรีย campylobacter กับ samonella ซึ่งเป็นอันตรายมากโดยเฉพาะกับเด็กเล็กและคนแก่

ในขณะที่การหุงต้มไก่ด้วยความร้อนก็สามารถทำลายเชื้อโรคได้ โดยไม่จำเป็นต้องไปล้างก่อนให้เสี่ยงกับการเกิดอาหารเป็นพิษกับตนเองและผู้อื่น

และจากข้อมูลที่ถูกส่งต่อกันในโลกออนไลน์ ก็มีเพจดังอย่าง เพจเฟซบุ๊ก ความรู้สนุก ๆ แบบหมอแมว ได้ออกมายืนยันแล้วว่า เรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องจริง พร้อมอธิบายไว้ว่า ดังนี้

นอกจากนี้ เพจเฟซบุ๊ก Drama-addict ก็ได้ออกมาโพสต์ยืนยัน เรื่องที่ว่าไม่ควรล้างเนื้อไก่ ก่อนปรุงอาหารด้วยเช่นกัน โดยระบุว่า

คำเตือน : คนส่วนใหญ่ชอบล้างเนื้อไก่ที่ซื้อมาจากร้านก่อนปรุงอาหารเพราะคิดว่าทำให้สะอาดขึ้น แต่ที่ถูกต้องคือ*ห้าม*ล้างไก่สดเพราะน้ำล้างที่กระเด็นไปรอบๆข้างอ่าง(เสื้อผ้า, จานชาม, ผัก/ผลไม้สดที่อยู่ใกล้ๆและผ้าเช็ดมือ)

จะมีแบคทีเรีย campylobacter และ Salmonella อยู่ซึ่งเป็นอันตรายมากโดยเฉพาะกับเด็กเล็กและคนแก่ การหุงต้มไก่ด้วยความร้อนก็ทำลายเชื้อโรคได้แล้ว ไม่จำเป็นต้องไปล้างก่อนให้เสี่ยงกับการเกิดอาหารเป็นพิษกับตนเองและผู้อื่น คนที่ไม่ทำอาหารเองก็ช่วยบอกแม่ครัวด้วย

1. ถ้าไปดูพวกฝรั่งทำอาหารแบบถูกสุขลักษณะ เนื้อสัตว์ทั้งหลายของเขา เวลาทำอาหารมักจะแนะนำให้เอาออกจากช่องแช่แล้วทำอาหารเลย
หั่นกันแบบแข็งๆ
2. ในทางเดินอาหารของไก่ มีแบคทีเรียเช่น Salmonella และ Campylobacter ซึ่งก่อโรคท้องเสียได้
3. เวลาซื้อเนื้อมา ก็มีโอกาสที่เชื้อจะติดมากับเนื้อได้ จากเชื้อที่มีในสัตว์ตัวนั้น
4. เขาไม่ล้าง เพราะว่าขั้นตอนในการที่เนื้อจะมาถึงผู้บริโภค ไม่ควรไปปนเปื้อนเชื้อจากสิ่งแวดล้อม … ถ้าจะมีเชื้อต้องเป็นเชื้อจากเนื้อสัตว์เท่านั้น
5. ถ้าเชื้อเกิดปนเปื้อนจากมือคนขาย คนขายเอาไปทำตกพื้น แผงที่วางไม่สะอาด การล้างก็ไม่ได้ช่วยอะไรมาก เพราะว่าเชื้อมันอยู่ในเนื้อด้วย … ซึ่งพอลงหม้อเดือดๆก็ตายอยู่ดี
6. ถ้าเราล้าง เพราะว่ามันมีของเปื้อน … เช่น เห็นเศษหญ้า เห็นแมลงวันตายติดอยู่ เห็นขาแมลงสาบ … ก็ไม่ควรกินแต่แรกอยู่แล้ว … (และการล้างก็ไม่ได้เอาเชื้อออกเท่าใดนักอยู่ดี)
7. การล้างเนื้อสัตว์ … กระเด็นแน่นอน … ใครที่ล้างผักแช่ผักในด่างทับทิมจะรู้เลยว่าหยดน้ำมันไปได้ไกล … แต่ทีนี้พอล้างไก่ล้างเนื้อ เรามองไม่เห็นสีเราเลยเข้าใจว่าไม่มีอะไร
8. ถ้าน้ำกระเด็นไปแล้วเราไม่ได้เช็ด พอเราเช็ดอ่างเสร็จแล้วดันเอามือไปแตะแล้วไปจับแก้วจับช้อน ก็ติดเชื้อต่อได้
9. เชื้อ Campylobacter ในไทย อาจจะมีปัญหาไม่มากในผู้ใหญ่เท่าฝรั่ง เพราะว่าเรากินอาหารสุกเยอะหน่อย แต่ถ้าใครกินผักสดและไปล้างผักตรงอ่างนั้น ก็เสี่ยงได้เหมือนกัน
10. Cross contamination คือการแพร่เชื้อที่เจอได้บ่อยโคตรๆในไทย เหตุการณ์ที่ผ่านๆมาหลายครั้ง คนกินอาหารสุกดี แต่ว่าดันท้องเสียหลายๆคนพร้อมกัน ก็เพราะ Cross contamination แบบนี้แหละ

แต่ถ้าใครจะล้างจริงๆ เพราะกลัวความสกปรก ก็อาจจะพอล้างได้ เพียงแต่ว่า
– หากมื้อนั้นมีอาหารที่กินสด ผักสด ข้าวเหนียว(ใช้มือจับ) ก็ต้องทำของสดก่อน แล้วทำเนื้อสัตว์ทีหลัง
– หลังทำอาหารทุกครั้ง พื้นที่อ่างต้องแห้ง ฟองน้ำต้องแห้ง ผ้าเช็ดมือต้องแห้ง
– ต้องล้างมือ 7 ขั้นตอนอย่างถูกวิธี และหากใช้ผ้าเช็ดมือต้องแห้งหรือเปลี่ยนบ่อยๆ
– ที่วางจานที่ล้างเสร็จแล้ว ควรอยู่ห่างจากอ่างที่ล้างเนื้อสัตว์ … ห่างแค่ไหนไม่รู้ แต่กระเด็นได้เป็นเมตร
– อาหารเด็กเล็ก ขวดนมเด็กทารก ต้องไม่มีการเตรียมหรือชงหรือล้างใกล้ๆอ่างที่ล้างเนื้อสัตว์ …

ข้อปฏิบัติง่ายๆ ป้องกันการปนเปื้อนเชื้อโรคภายในบ้าน

 1. ไก่ หมู อาหารทะเลสดที่ซื้อมา เอาเข้าตู้เย็นทันที
2. เนื้อสัตว์ดิบ อาหารทะเลสด เก็บแยกต่างหากจากอาหารประเภทอื่น ตั้งแต่วางในรถเข็นซื้อของ จนถึงในตู้เย็น ห่อเนื้อสัตว์อย่างดี ไม่ให้3. ของเหลวรั่วซึมออกมานอกห่อ แล้วหยดใส่อาหารอื่นได้
3. แยกเขียงเฉพาะ สำหรับใช้หั่นเตรียมเนื้อสัตว์ดิบและอาหารทะเล
4. ซื้อที่วัดอุณหภูมิเนื้อสัตว์ชนิดอ่านผลทันทีมาใช้ ช่วยให้ปรุงอาหารได้สุกพอดี การปรุงสุกเกินไปไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้น ทำให้เสียรส               5. อุณหภูมิประมาณ 74 C เพียงพอที่จะทำให้อาหารปลอดภัย โดยเนื้อสัตว์ยังคงความฉ่ำและนุ่ม
6. ไม่นำอาหารปรุงสุกแล้ว วางในจานที่เพิ่งใช้ใส่เนื้อดิบหรืออาหารทะเลสด

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *